Data Analyst คืออะไร ทำงานอะไรบ้าง เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่ในไทย ต้องมีทักษะอะไรบ้างถึงจะได้งาน พร้อมแนวทางเริ่มต้นสำหรับคนอยากเปลี่ยนสายงาน
Data Analyst หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล คือ ตำแหน่งงานที่ทำหน้าที่นำข้อมูลดิบจากแหล่งต่าง ๆ มาทำความสะอาด จัดระเบียบ วิเคราะห์ และแปลงให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ต่างจาก Data Scientist ที่มักเน้นสร้างโมเดลทำนายผลด้วยเทคนิค Machine Learning ขั้นสูง งานของ Data Analyst จะเน้นไปที่การทำความเข้าใจข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้ว และสื่อสารผลลัพธ์ออกมาให้คนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลเข้าใจได้ง่าย เช่น สรุปยอดขายรายเดือนว่าสาขาไหนทำผลงานดีที่สุด หรือวิเคราะห์ว่าแคมเปญการตลาดล่าสุดคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ ในยุคที่ทุกองค์กรต้องการข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจ ตำแหน่ง Data Analyst จึงกลายเป็นหนึ่งในสายงานที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่ม Data Analytics AI และเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนเลือกใช้ก้าวเข้าสู่วงการข้อมูลก่อนต่อยอดไปสายอื่นในภายหลัง
เงินเดือน Data Analyst ในไทยเริ่มต้นเท่าไหร่
หนึ่งในคำถามที่คนสนใจสายนี้ถามมากที่สุดคือเรื่องรายได้ ซึ่งข้อมูลตลาดแรงงานปัจจุบันให้ภาพที่ค่อนข้างชัดเจน โดยแบ่งตามระดับประสบการณ์การทำงาน ดังนี้
ระดับ Junior หรือผู้ที่มีประสบการณ์ 0-2 ปี
ระดับ Junior หรือผู้ที่มีประสบการณ์ 0-2 ปี มักได้รับเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ 20,000-40,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทักษะพื้นฐานอย่าง SQL, Excel และเครื่องมือสร้างแดชบอร์ดที่มีติดตัวมาตอนสมัครงาน เมื่อสะสมประสบการณ์ขึ้นมาอยู่ในระดับ
ระดับ Mid-Level ราว 2-5 ปี
ระดับ Mid-Level ราว 2-5 ปี เงินเดือนมักปรับขึ้นมาอยู่ในช่วง 40,000-70,000 บาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับ Senior ที่มีประสบการณ์ 5-8 ปีขึ้นไป เงินเดือนสามารถขยับไปถึงระดับ 70,000-100,000 บาทต่อเดือนได้ในบางองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่หรือบริษัทต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจด้วยข้อมูลอย่างจริงจัง
ทักษะที่ต้องมีก่อนสมัครงาน Data Analyst
การจะได้งาน Data Analyst ไม่จำเป็นต้องจบตรงสายเสมอไป แต่ต้องมีทักษะที่วัดผลได้ชัดเจนเป็นตัวช่วยสมัครงาน ทักษะพื้นฐานที่แทบทุกประกาศงานระบุไว้คือ
Excel ในระดับที่ใช้สูตรขั้นสูงอย่าง VLOOKUP, XLOOKUP และ Pivot Table ได้คล่อง
SQL สำหรับดึงและจัดการข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่
Looker Studio หรือ Power BI เพื่อนำเสนอผลวิเคราะห์ให้เข้าใจง่ายด้วยภาพ
ทักษะการสื่อสาร เพราะ Data Analyst ต้องอธิบายผลวิเคราะห์ที่ซับซ้อนให้ทีมที่ไม่ได้ถนัดตัวเลขเข้าใจได้ง่าย บางองค์กรยังเริ่มมองหาผู้สมัครที่มีพื้นฐานภาษา Python สำหรับจัดการข้อมูลผ่านไลบรารีอย่าง Pandas เพิ่มเติมด้วย
เรียนอะไรถึงจะเป็น Data Analyst ได้
หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องจบปริญญาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือสถิติเท่านั้นถึงจะทำงานสายนี้ได้ แต่ในความเป็นจริง Data Analyst เป็นสายงานที่เปิดกว้างสำหรับคนจบสายอื่นมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือแม้แต่สายสังคมศาสตร์ ตราบใดที่มีทักษะเชิงตัวเลขและตรรกะการวิเคราะห์ที่ดี
สำหรับคนที่ไม่ได้จบตรงสาย เส้นทางที่หลายคนเลือกใช้คือการเรียนคอร์สออนไลน์เฉพาะทางด้าน SQL, Excel และเครื่องมือ Data Visualization ควบคู่กับการทำโปรเจกต์วิเคราะห์ข้อมูลจริงเก็บไว้เป็นผลงาน (Portfolio) เพื่อใช้แสดงให้นายจ้างเห็นความสามารถจริงในขั้นตอนสัมภาษณ์งาน แทนการอ้างอิงจากวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว หลายคนใช้เวลาเพียง 3-6 เดือนในการปรับทักษะจากศูนย์จนพร้อมสมัครงานตำแหน่ง Junior Data Analyst ได้จริง
เส้นทางเติบโตในสายอาชีพ Data Analyst
เมื่อสะสมประสบการณ์และทักษะมากขึ้น Data Analyst สามารถเติบโตไปได้หลายทิศทาง บางคนเลือกเจาะลึกด้านเทคนิคต่อไปเป็น Data Scientist ที่เน้นสร้างโมเดลทำนายผลด้วย Machine Learning บางคนเลือกไปทาง Data Engineer ที่ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลขององค์กร ขณะที่บางคนเลือกขยับไปสายบริหารอย่าง Analytics Manager ที่ดูแลทีมนักวิเคราะห์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน จุดเริ่มต้นที่แข็งแรงในตำแหน่ง Data Analyst ก็ถือเป็นรากฐานสำคัญที่เปิดโอกาสให้ต่อยอดในสายงานข้อมูลได้อีกหลากหลายทิศทางในอนาคต อัปเดตความรู้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลดี ๆ แบบนี้ได้ที่ newslytix.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายงาน Data Analyst
ควรเริ่มต้นจากสายไหนก่อนถ้าไม่มีพื้นฐานเลย?
ตอบ แนะนำให้เริ่มจาก Data Analyst ก่อน เพราะเข้าถึงง่ายที่สุดและช่วยให้เห็นภาพรวมของงานข้อมูลทั้งระบบก่อนเจาะลึกสายอื่น
Data Scientist ต้องเก่งเขียนโปรแกรมแค่ไหน?
ตอบ ต้องเขียน Python หรือ R ได้ในระดับที่สร้างและปรับแต่งโมเดล Machine Learning ได้ รวมถึงเข้าใจสถิติเชิงลึกควบคู่ไปด้วย
สามสายงานนี้เงินเดือนต่างกันมากไหม?
ตอบ โดยทั่วไป Data Scientist มักได้เงินเดือนสูงสุดเพราะต้องใช้ทักษะขั้นสูงกว่า รองลงมาคือ Data Engineer และ Data Analyst ตามลำดับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และองค์กรด้วย